Stapnavatr Vajira ประชากรรุ่นเกิดน้อยนี้ "ทุกคน" รุ่นแรก ได้เข้าสู่วัย-Money-เช็ค พัสดุ: - : ล่าสุด : Sun-18-11-2018





กด ตรงนี้ รับ คูปอง ส่วนลด Lazada



ทำแบบสอบถาม และได้รับค่าตอบแทน
 


สมัครบัตรเครดิตอิออน ออนไลน์วันนี้ ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ
 


ช้อปครั้งแรก รับทันที 100 บาท
 



 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ค้นหา

ดู: 646|ตอบกลับ: 0

Stapnavatr Vajira ประชากรรุ่นเกิดน้อยนี้ "ทุกคน" รุ่นแรก ได้เข้าสู่วัย

[คัดลอกลิงก์]






ในช่วงที่พวกเขาเป็นวัยเด็กหรือวัยรุ่น ก็ได้ส่งผลต่อการบริโภคหลายๆ อย่าง ซึ่งทำให้ธุรกิจเหล่านั้น disruption ไปแล้ว เช่น ธุรกิจของเล่นเด็ก ถ้าใครเคยไปสะพานเหล็ก คลองถม วังบูรพา หรือแผนกของเล่นเด็กในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ได้ซบเซากันมาตั้งแต่ 254X จนปิดตัวลงไปมากมายแล้ว โรงเรียนอนุบาล ก็ไม่แตกต่างจากธุรกิจของเล่น แถวบ้านผมมีสามแห่ง เจ๊งไปหมดแล้ว และในช่วง 255X ได้ลามมาจนโรงเรียนพาณิชย์ โรงเรียนช่างกลของเอกชน เจ๊งไปจนเกือบหมดแล้ว แถวบ้านผม เขาเปลี่ยนธุรกิจไปทำที่จอดรถ ไปทำตลาดขายอาหารขายของกัน

คนเหล่านี้ ที่ตกงานจากธุรกิจเหล่านี้ ก็ทยอยมาทำมาหากินอาชีพอื่น แต่เนื่องจากพวกเขาไม่ได้มีความเชี่ยวชาญอย่างอื่น สุดท้ายคนเหล่านี้ ซึ่งมักเป็นเจนเอ๊กซ์ เบบี้บูม ก็มาทำอาชีพง่ายๆ เช่น ขายอาหารขายของ จน supply การขายอาหาร การขายของ มากขึ้น ธุรกิจเริ่มโตลดลง ซึ่งเรื่องนี้เราเห็นมาตลอด ช่วงประมาณสิบปีที่ผ่านมา ที่อัตราการเติบโตของประเทศไทย โตลดลงตลอด จนธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย หนีปัญหานี้ ด้วยการทยอยออกไปลงทุน ตปท. กันมาตั้งแต่ 2553 แล้ว จนในระยะหลังนี่ บางบริษัท อาศัยการเติบโตใน ตปท. เท่านั้น มาเฉลี่ยรายได้ในประเทศไทยที่ไม่โต

ในช่วง 2557-2561 นี้ มหาวิทยาลัยก็ปรับตัวอย่างรุนแรง ได้ทยอยล้มกันแล้ว ทั้งมหาวิทยาลัย ภาควิชา รายวิชา มีหมด แล้วแต่ว่า มหาวิทยาลัยนั้นจะมีความสามารถในการดึงเด็กที่เหลืออยู่ได้อย่างไร ใครมีชื่อเสียงไม่ดังมาก ก็จะเลือกยาก ล้มเหลวในที่สุด



บ้าน ผล บอล


แต่ภาวะที่เกิดขึ้นในปี 2561 มีความพิเศษกว่าการทรุดที่ผ่านมา คือ ประชากรรุ่นเกิดน้อยนี้ เขาได้มีอายุมาถึง 22 ปีแล้ว เรียนจบแล้ว

คนวัย 20 ปีขึ้นไป สิ่งสำคัญในการใช้เงินของวัยนี้ คือ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในทศวรรษที่ผ่านมา พบว่า คนกลุ่มวัยนี้มีการซื้ออสังหากันแล้ว

การซื้ออสังหาริมทรัพย์ มีผลมากกว่าการบริโภคอย่างอื่น ด้วยเหตุผลสองประการ คือ (1) อสังหาเป็นเงินก้อนใหญ่ จากการสำรวจคือ ใช้เงินประมาณ 2 ล้านบาท (2) การซื้ออสังหา มีน้อยคนที่จะซื้อด้วยเงินสด แต่มักเป็นการเอาเงินอนาคตมาใช้



บ้าน ผล บอล


ถ้าเราประมาณการว่าเด็กวัย 20 ปีขึ้นไป โดยปกติจะมีประมาณ 1 ใน 5 จะมีการซื้ออสังหา ดังนั้น แต่ก่อนนี้ ประชากรรุ่น 1 ล้านคน จะมีคนซื้อประมาณสองแสนคนต่อปี หรืออีกนัยหนึ่ง ในแต่ละปีจะมีการ "กู้" เอาเงินอนาคตในอีก 20-30 ปีข้างหน้ามาใช้ ปีละ 4 แสนล้านบาท ซึ่งเงินนี้ก็กระจายไปในธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ... แต่ในตอนนี้ เมื่อประชากรลดลงเหลือ 7.5 แสนคนต่อปี หรือจะมีเด็กวัยนี้ 1.5 แสนคนต่อปี ตัดสินใจซื้ออสังหา หรืออีกนัยหนึ่ง การนำเอาเงินอนาคตมาใช้ จะเหลือเพียงสามแสนล้านต่อปี คือ หายไปร้อยละ 25 หรือ ประมาณแสนล้าน

เงินแสนล้านที่หายไปจากระบบ จะทำการทำมาหากินไม่ค่อยดี ... และจากนี้ไป จะเกิดเหตุเช่นนี้ต่อเนื่อง ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบลดลงต่อเนื่อง จากการนำเอาเงินอนาคตมาใช้ลดลง ... นอกจากนี้ การบริโภคของพวกเขาในเรื่องอื่นๆ ก็ลดลงเหมือนกัน ... บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัย เจ้าของหอพัก อพาร์ทเม้นท์ ที่มักมีคนเหล่านี้ถูกกระทบจากคนใช้บริการในวัยนี้ลดลง อาจตกงาน ต้องเปลี่ยนงาน เขาเหล่านี้ไม่ได้มีความรู้ในทางอื่นที่ลึกซึ้ง ก็คงไม่วายไปขายของ ขายอาหารกันอีก ก็จะไปประจันกับคนที่มีอยู่เดิม

เราจึงเจอสภาพคนบ่นว่า ทำมาค้าขายยากขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ แล้ว มันเป็นเพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจมันแคบลงเรื่อยๆ ครับ ... ผมจึงไม่โทษรัฐบาล เป็นกรรมร่วมกันที่คนไทย "จำนวนมาก" ก่อขึ้น จากการไม่มีลูก ... แต่เวลาดูข่าวน้ำแข็งขั้วโลกละลายรุนแรง พลาสติกในทะเล แม้แต่พายุที่ถล่มญี่ปุ่นรอบแล้วรอบเล่า จนแทบสิ้นเมืองกัน ผมก็ว่า โลกมันป่วยเยอะนะครับ เพราะมนุษย์มันมากไป ตราบเท่าที่มนุษย์แต่ละคนยังไม่ค่อยตระหนักในการที่มีชีวตอยู่ของตนเอง ได้ทำร้ายโลกอย่างรุนแรง ก็ลำบากครับ


https://www.facebook.com/waigoon ... ts/1957326437638911
https://www.facebook.com/waigoon.stapanavatr

                                       

ตั้งกระทู้ โพสต์ก่อนหน้า โพสต์ถัดไป บุ๊คมาร์ก กลับรายการ ศูนย์บริการลูกค้า ติดต่อเรา ค้นหา กลุ่ม QQ อย่างเป็นทางการ กลุ่ม QQ อย่างเป็นทางการ กลุ่ม QQ อย่างเป็นทางการ

|9tum.com

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้